The Deep House บ้านผีสิงใต้น้ำ ภารกิจสุดหลอน เมื่อคู่รักต้องไปล่าท้าผีในบ้านผีสิงใต้น้ำ

The Deep House บ้านผีสิงใต้น้ำ ภารกิจสุดหลอน เมื่อคู่รักต้องไปล่าท้าผีในบ้านผีสิงใต้น้ำ

The Deep House

The Deep House เป็นภาพยนตร์สุดหลอนจากประเทศฝรั่งเศส เรื่องราวความสยอง ของคู่รักที่ชอบสำรวจสถานที่แปลกๆ พวกเขาได้เข้าไปในสถานที่โบราณ เพื่อจะถ่ายทำเรื่องราวไปเผยแพร่ในโลกโซเชียล แต่ว่าการเข้าไปในครั้งนี้ มันได้ทำให้พวกเขาพบเจออะไรบางอย่าง ที่ยากจะอธิบายได้ เรื่องราวจะเป็นยังไง ถ้าเพื่อนๆอ่าน The Deep House เรื่องย่อ แล้วยังไม่เข้าใจ มาอ่านสปอยให้เข้าใจกว่าได้ที่นี่

หนังเปิดเรื่องมาก็พบกับเบ็นและทีน่า พวกเขาเป็นคู่รักหนุ่มสาวชาวนิวยอร์ก ที่ชอบสำรวจสถานที่แปลกๆ พวกเขาถ่ายทำวิดีโอแนว Footage ไปเผยแพร่ในโลกโซเชียล เพื่อสร้างรายได้จากคนดู และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้กำลังมาสำรวจสถานที่ร้าง ซึ่งมันคือโรงพยาบาลผีสิง ที่มีเสียงเล่าจนหนาหู ว่าใครที่เข้ามาต่างก็เจอดีกันแทบทุกคน

เมื่อพวกเขาก้าวเข้าไปในครั้งแรก พวกเขาก็พบกับความเงียบสงัด และสิ่งของกระจัดกระจาย เบ็นก็บอกว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นในยุค 70 มีพยาบาลคนหนึ่ง ได้วางยาเด็กๆ จนทำให้ทุกคนเสียชีวิต และพยาบาลคนนั้นก็ฆ่าตัวตายตาม เหตุการณ์สยองขวัญก็เริ่มเกิดขึ้น คุณหมอและผู้ป่วยคนอื่นๆ ก็ไม่สามารถอยู่ต่อได้ และจึงทำให้โรงพยาบาลปิดตัวลง

เมื่อทีน่าได้รู้เรื่องราวเธอก็เริ่มขนลุกอย่างบอกไม่ถูก และในขณะที่เธอเดินสำรวจ จู่ๆเบ็นก็ได้หายตัวไป เธอจึงรีบออกตามหา พร้อมกับตะโกนเรียกชื่อของเขา แต่ตะโกนยังไงเขาก็ไม่ตอบรับ ทีน่าก็เริ่มกลัวและเธอก็ไม่ชอบอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ทีน่าจึงพูดลอยๆ ว่าถ้าเบ็นแกล้งเธอ เธอจะโกรธเขามากๆ ทีน่าพูดยังไม่ทันจะขาดคำ ทันใดนั้นเบ็นก็ได้โผล่ออกมาแกล้งเธอจริงๆ

3 เดือนต่อมา ทีน่าก็ได้เตรียมพร้อมร่างกาย เธอได้ฝึกดำน้ำให้นานที่สุด เนื่องจากเธอกำลังจะมีโปรเจคใหญ่ คือการที่จะเข้าไปสำรวจสถานที่ ที่ลี้ลับอยู่ใต้น้ำ ซึ่งสถานที่แห่งนั้น ชาวบ้านก็ต่างเล่าถึงความน่ากลัว ว่ามีนักล่าท้าผีหลายคน ได้ลองเข้าไปพิสูจน์ แต่กลับไม่มีใครระบุได้ชัดเจน ว่าสถานที่แห่งนั้นตั้งอยู่ที่ไหน รู้เพียงแค่ว่ามันอยู่ก้นทะเลสาบลึก ซึ่งถูกซ่อนอยู่ในหมู่บ้านชาวชนบทของประเทศฝรั่งเศส

เบ็นและทีน่าก็ได้ออกเดินทางตั้งแต่เช้า พวกเขาขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงทะเลสาบที่พวกเขาตามหา แต่เบ็นก็ต้องผิดหวัง เมื่อเขาพบว่าทะเลสาบที่ใครๆก็เล่าขานกันว่าน่ากลัว มีนักท่องเที่ยวต่างพากันมาเล่นน้ำสนุกสนานกันอย่างมากมาย คือเป็นที่เที่ยวพักผ่อนที่มีคนพลุกพล่าน ทีน่าจึงได้ปลอบใจเบ็น ว่าไม่เป็นไร เธอบอกกับเขา ให้คิดซะว่าวันนี้เรามาเที่ยวก็แล้วกัน

แต่เบ็นก็บอกว่าคลิปสำรวจโรงพยาบาลร้าง มียอดคนดูแค่ 50,000 View เขาจึงคาดหวังกับการมาถ่ายคลิปในครั้งนี้มากๆ พอพูดจบ เบ็นก็ลุกไปหาซื้อเครื่องดื่มมาดื่ม และเขาก็ได้บังเอิญพบกับ “ ปิแอร์ ” ชายท้องถิ่นที่อ้างว่า เขารู้จักสถานที่ลี้ลับที่เบ็นกำลังพูดถึง แต่การจะเดินทางไปที่นั่นได้ ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่นิดหน่อย ตามประสาไกด์นำทาง

เมื่อเบ็นเดินกลับมาหาทีน่า เขาจึงเล่าเรื่องนี้ให้กับเธอฟัง และดูเหมือนว่าทีน่าจะไม่ไว้ใจปิแอร์เท่าไรนัก แต่ด้วยความที่เธอขัดเบ็นไม่ได้ เธอจึงยอมตกลงตามข้อเสนอของปิแอร์ โดยที่ทั้งคู่ลืมคิดไปเลยว่า สิ่งที่ปิแอร์พูดมานั้นจะมีจริงหรือเปล่า ในวันนั้นพวกเขาก็พากันออกเดินทางในทันที ทีน่าก็ได้ขับรถเข้าไปในป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งเบ็นกับทีน่าก็แปลกใจเพราะไม่เคยได้ยินชื่อของป่าแห่งนี้เลย

ปิแอร์ก็บอกว่า “ป่าแห่งนี้คือป่าลี้ลับ” ไม่ปรากฏในแผนที่ และเมื่อ 50 ปีก่อน น้ำก็ได้ท่วมหุบเขา จนกลายเป็นทะเลสาบ นั้นจึงทำให้หมู่บ้านที่อยู่ข้างล่าง ต้องจมอยู่ก้นทะเลสาบที่ว่า เบ็นกับทีน่าที่ได้ยินแบบนั้น พวกเขาก็ตื่นเต้นที่จะได้ลงไปดำน้ำสำรวจสถานที่ ที่พวกเขาต้องการ พอไปถึง พวกเขาก็ได้เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งมี “โดรนสำหรับถ่ายใต้น้ำ” และอุปกรณ์ดำน้ำของพวกเขาทั้งคู่

ปิแอร์ที่กำลังนั่งดูอยู่ จู่ๆเขาก็ถามถึงสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนถังออกซิเจนของทีน่า เบ็นจึงบอกว่า มันคือไม้กางเขนของเนโร สัญญาแห่งความตายของชาวคริสต์ แต่พวกฮิปปี้ไม่รู้จักเลยเอามาทำเป็นสัญลักษณ์สันติภาพ แต่เมื่อพวกเขาเตรียมอุปกรณ์เสร็จ ปิแอร์ก็ได้บอกเส้นทาง การดำน้ำไปยังสถานที่ลี้ลับ ว่าถ้าดำลงไปเจอบันไดปรากฏว่าใกล้จะถึงสถานที่แห่งนั้นแล้ว

The Deep House

The Deep House Movie ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มดำน้ำ เบ็นก็ได้เช็กออกซิเจนให้กับทีน่า

และเขาก็บอกว่าถังออกซิเจนพวกนี้ สามารถใช้พลังงานได้แค่เพียง 60 นาทีเท่านั้น ถ้าหากออกซิเจนหมดเราต้องรีบขึ้นมาให้ทัน ไม่อย่างนั้นพวกเราจะตาย และที่สำคัญเราไม่รู้ว่าที่นั่นลึกมากแค่ไหน พอพูดจบ ทั้งคู่ก็ได้ดำน้ำลงไป และขณะที่อยู่ใต้น้ำ จู่ๆทีน่าก็พูดขึ้นมาว่า เธอรู้สึกไม่ไว้ใจปิแอร์ เขาดูแปลกๆและทำให้เธอกลัว

แต่เบ็นก็ปลอบใจเธอว่าไม่มีอะไรหรอก พอดำน้ำได้สักพักพวกเขาก็ได้พบกับ “ รถยนต์แลนด์โรเวอร์สีแดง ” ที่จมอยู่ใต้ทะเลสาบ สภาพของมันก็ทำให้พวกเขาประหลาดใจ เนื่องจากรถยนต์คันนี้ยังคงดูดี สีไม่ถูกกัดกร่อน รวมไปถึงข้างในที่ไม่มีน้ำเข้าไปขังเลย ต่อมาพวกเขาก็ได้ดำน้ำลงไปเรื่อยๆ จนพวกเขาได้ไปพบกับบันไดที่ปิแอร์พูดถึง และพวกเขาก็ได้เห็นว่าข้างหน้ามีคฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว พวกเขาก็ดีใจที่ปิแอร์ไม่ได้หลอกพวกเขา

พอพวกเขาว่ายเข้าไปใกล้ๆ พวกเขาก็เห็นข้อความว่า “ ห้ามเข้า “ ติดอยู่บนป้าย แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ ที่ริมรั่วพวกนั้น มันได้มีเครื่องรางต่างๆห้อยอยู่เต็มไปหมด พวกเขาก็เริ่มสงสัยว่าเครื่องรางพวกนี้เอาไว้ทำอะไรกันแน่ พอพวกเขาว่ายน้ำข้ามรั่วไปถึงตัวคฤหาสน์ พวกเขาก็แปลกใจกันมากกว่าเดิม เนื่องจากคฤหาสน์หลังนี้ได้สลักชื่อเอาไว้ว่า MONTEGNAC หรือ มอนเตนญัก ซึ่งน่าจะเป็นสุสานส่วนตัวของคนรวย หรือของผู้ดีเก่า

เบ็นก็พยายามหาวิธีเพื่อที่จะเปิดเข้าไปข้างใน แต่เขาก็พบว่าประตูพวกนั้น มันถูกปิดเอาไว้อย่างสนิท ทั้งคู่จึงได้แยกย้ายกันออกสำรวจ และด้วยความบังเอิญเบ็นก็ได้ไปเจอเข้ากับหน้าต่างของห้องใต้หลังคา ที่ดูเหมือนว่าจะสามารถเปิดได้ แต่ในขณะที่พวกเขาเปิดประตูออก จู่ๆก็มีปลาตัวใหญ่พุ่งออกมาจากข้างในบ้าน นั้นจึงทำให้พวกเขาตกใจมากๆ (ฉากนี้แอดจะบอกว่า ตกใจมาก ไม่เชื่อต้องไปดู)

พอพวกเขาเข้าไปข้างใน พวกเขาก็ยังประหลาดใจไม่หาย เพราะที่ข้างในนั้นสิ่งของบางอย่างยังคงสภาพดี ทั้งๆที่ ที่นี่ถูกน้ำท่วมมาตั้งนานแล้ว ขณะเดียวกันทีน่าก็ต้องตกใจ เมื่อเธอเห็นว่ามีร่างเด็กผู้หญิงได้ลอยออกมาจากมุมมืด แต่พอเบ็นได้เข้าไปดูใกล้ๆ ปรากฏว่าเป็นเพียงแค่ตุ๊กตา เบ็นจึงได้เข้าไปปลอบทีน่า และเขาก็เตือนให้เธอหายใจช้าๆลง

เนื่องจากตอนนี้ ออกซิเจนของเธอหมดเร็วกว่ากำหนด และในขณะที่พวกเขาสำรวจอยู่ในห้องรับแขก จู่ๆทีน่าก็ได้ทักกับเบ็นว่าเขาได้พูดอะไรหรือเปล่า เพราะเมื่อกี้เธอได้ยินเสียงคนดังขึ้นในวิทยุที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างเบ็นและทีน่า แต่เบ็นก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้พูด หรืออาจจะเป็นคลื่นความถี่จากดาวเทียมที่แทรกเข้ามาก็ได้

เมื่อพวกเขาสำรวจห้องถัดไป พวกเขาก็บังเอิญไปเจอเข้ากับรูปถ่ายของเจ้าของบ้าน ซึ่งคือ “ครอบครัวมอนเตนญัก” เบ็นก็เกิดคำถามในใจ ว่าทำไมครอบครัวนี้แปลกๆ พวกเขาทุกคนถ่ายรูปคู่กับปืนคนละกระบอก แถมในห้องนอนยังมีรูปถ่ายของเด็กอยู่เต็มไปหมด และด้วยความที่เบ็นเป็นคนขี้เล่น เขาจึงไปนั่งม้าโยกแล้วหัวเราะอย่างพอใจ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เห็นตรงผ้าม่านมันได้มีเงาของคนกำลังนั่งอยู่ เขาจึงเรียกให้ทีน่าหันไปดู แต่ทว่าเงานั้นมันได้หายไปแล้ว

ทีน่าก็บอกกับเขาว่าอย่าล้อเล่นได้ไหม “คุณกำลังทำให้ฉันกลัวอยู่นะ” ต่อมา พวกเขาก็ได้ลงไปที่ชั้นแรกของบ้าน ซึ่งมันคือส่วนของประตูทางเข้า เบ็นจึงคิดว่าเขาจะเปิดประตูเอาไว้ เผื่อเวลากลับจะได้ออกทางนี้เลย แต่พอเขาเปิดประตูออกไป เขาก็ต้องแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะข้างนอกนั้นมันเหมือนมีตู้หรือกระดานอะไรบางอย่าง ได้มาปิดหน้าประตูเอาไว้อีกชั้น

แถมไม้อันนั้นยังมีรอบข่วนคล้ายกับคนพยายามจะหนี พวกเขาก็สันนิษฐานว่าที่นี่อาจจะมีนักสำรวจได้เข้ามาก่อนพวกเขา นั้นจึงทำให้พวกเขาไม่ได้ติดใจอะไร แต่ในขณะเดียวกัน เสียงเปียโนก็ได้ดังขึ้น 1 ครั้ง ซึ่งมันแปลกมากๆเพราะใต้น้ำ เปียโนไม่มีทางที่จะดังได้ พอพวกเขาว่ายเข้าไปดูใกล้ๆ พวกเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าเปียโนไม่สามารถดังเองได้ เพราะเปียโนตัวนั้นมันผุพังไปหมดแล้ว

ทีน่าก็เริ่มใจคอไม่ดี เธอถามกับเบ็นถึงเหตุการณ์ต่างๆทั้งรอยข่วนกับเสียงเปียโนที่ได้ยิน แต่เบ็นก็ไม่สามารถตอบเธอได้ เขายอมรับว่ามันน่ากลัว ตั้งแต่ไปสัมผัสที่ไหนมา ก็ไม่เคยเจอแบบนี้ แต่เขาก็บอกว่าได้เข้ามาแล้วเขาจะไม่ยอมกลับออกไปมือเปล่าอย่างเด็ดขาด จากนั้นพวกเขาก็ได้สำรวจห้องต่อไป ซึ่งมันน่าจะเป็นห้องครัว แล้วในห้องนี้ก็มีหลายอย่างที่แปลกๆ

ทั้งรอยตั้งของหม้อที่เหมือนมีคนอาศัยอยู่ และรูปปั้นพระเยซูที่ถูกทิ้งเอาไว้ในห้องครัว ซึ่งตามหลักแล้วไม่น่าจะเป็นแบบนี้ พอเบ็นได้เดินเข้าไปดูใกล้ๆ ปรากฏว่าที่ข้างหลังของรูปปั้น มันได้มีประตูบานหนึ่งที่ถูกปิดตายเอาไว้ และแน่นอนหากเป็นคนปกติที่เห็นแบบนั้นคงจะไม่กล้าเปิดเข้าไปอย่างเด็ดขาด แต่นี่คือคู่รักสำรวจผี พวกเขาจึงช่วยกันเอารูปปั้นออก และพวกเขาก็ได้เข้าไปข้างใน

ปรากฏว่าห้องนั้นคือห้องใต้ดิน ที่มีแต่ข้าวของที่ถูกนำมาเก็บเอาไว้ และพวกเขาก็ได้พบกับม้วนเทปโบราณ ซึ่งน่าจะมีอายุราวๆประมาณ 50 ปี ทีน่าพยายามจ้องดูม้วนเทปจนเธอเห็นว่ารูปถ่ายทั้งหมด มันคือรูปเด็กๆ ที่พวกเธอเจอในครั้งแรก และในขณะที่สำรวจต่อ จู่ๆพวกเขาก็ต้องช็อค เมื่อพวกเขาเห็นว่ามีร่างของมนุษย์ ได้ถูกจับล่ามโซ่เอาไว้ ศพพวกนั้นไม่เน่าไม่เปื่อย

แถมที่ใบหน้ายังสวมหน้ากากทรมานอีกด้วย ทีน่าก็บอกว่าตอนนี้เธอไม่ไหวแล้ว เธอต้องการจะออกไปจากที่นี่โดยด่วน แต่เบ็นก็บอกกับทีน่าว่าเขาขอถ่ายต่ออีกไม่กี่ภาพ แล้วเขาก็เห็นว่าตรงที่พื้น มันได้มีสัญลักษณ์ดาว 5 แฉก ซึ่งหมายถึงพวกบูชาซาตาน ทีน่าก็เกิดคำถามว่าคนพวกนี้คือใครกันแน่ ทำไมร่างของพวกเขาไม่บุบสลาย ถ้าแช่อยู่ในน้ำมาตลอดป่านนี้คงเหลือแค่ “หัวกะโหลก”

ขณะเดียวกันประตูบานหนึ่งก็ได้เปิดออกเอง เบ็นจึงบอกให้ทีน่ารออยู่ข้างนอก เขาจะเข้าไปดูว่าในห้องมันมีอะไร พอเบ็นเดินเข้าไปข้างใน เขาก็พบกับชิ้นส่วนของมนุษย์ ที่ถูกดองอยู่ในขวดโหลเต็มไปหมด เบ็นที่เห็นดังนั้นเขาก็ไม่อยากอยู่ต่อแล้ว เขาจึงหยุดการสำรวจไว้เพียงเท่านี้ เพราะเขารู้สึกถึงอันตรายที่กำลังจะมาเยือน เขาได้พาทีน่ามาที่ข้างบน เพื่อจะกลับออกไปทางเดิม

แต่พวกเขาดันโชคร้าย เมื่อหน้าต่างบานนั้นได้ถูกปิดด้วยก้อนหินอย่างแน่นหนา พวกเขาจะได้พยายามทุบหน้าต่างบานอื่น แต่ทุบยังไงก็ไม่สามารถทุบได้ พวกเขาก็เริ่มคิดแล้วว่า นี่อาจจะคือกับดัก ทีน่าที่เริ่มสติแตก เธอกระวนกระวาย จนทำให้อาการหายใจผิดปกติ ส่งผลให้ออกซิเจนของเธอลดลงอย่างรวดเร็ว เบ็นก็บอกกับทีน่า ว่าเราอาจจะมาผิดห้อง เขาจึงได้พาเธอไปที่ห้องอื่น

แต่ในขณะนั้น ทีน่าก็เห็นว่ามีผีผู้หญิง ได้ปรากฏตัวอยู่ที่ข้างหลังของเบ็น แต่พอเบ็นหันไปดูเขากลับไม่เจออะไร ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ได้เจอปลาตัวเดิมที่ลอยเข้ามา พวกเขาจึงคิดว่า มันจะต้องมีทางเข้าอื่นอย่างแน่นอน นั้นจึงทำให้พวกเขาได้ลอยตามปลาตัวนั้นไป พอมาถึงห้องใต้ดินเสียงเพลงก็ได้ดังขึ้น ทีน่าจึงบอกให้เบ็นรีบปิดเพลงซะ เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานใครให้มาเปิดเพลง

แต่เบ็นก็บอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนเปิด ทีน่าที่กำลังพยายามหาทางออก เธอได้ลอยขึ้นไปเหนือศพ เพราะเธอเห็นว่ามันคือปากบ่อน้ำ แต่ด้วยแรงของผู้หญิง เธอก็ไม่สามารถเปิดกรงเหล็กออกได้ นั้นจึงทำให้เธอได้เรียกหาเบ็น แต่เธอก็ต้องแปลกใจเมื่อเธอเห็นว่าเบ๊นไม่ได้อยู่ที่นั่น และศพก็ได้หายไปอีกด้วย เธอจึงส่องไฟไปดูรอบๆก็พบเพียงโซ่ที่ว่างเปล่า

ตอนนั้นทีน่าก็โมโห เพราะเธอคิดว่าเบ็นแกล้งเธออีกแล้ว สักพักทีน่าก็รู้สึกว่า มีอะไรบางอย่างกระชากเธอลงมา นั้นจึงทำให้ขาของเธอไปทิ่มเข้ากับตะขอ แต่โชคดีที่เบ็นมาช่วยเอาไว้ทัน และเธอก็เห็นว่าศพพวกนั้น มันได้กลับมาเหมือนเดิม ที่น่าก็ตกใจว่าศพกลับมาได้ยังไง เบ็นจึงบอกให้เธอตั้งสติ และเขาก็อยากจะรู้ ว่าคนพวกนี้คือใครกันแน่

เขาจึงถอดหน้ากากของศพออก ปรากฏว่าศพพวกนั้นคือเจ้าของบ้านหลังนี้ คือสมาชิกในครอบครัวมอนเตนญัก จู่ๆสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นหลังจากที่เบ็นถอดหน้ากากออก “คือศพพวกนั้นลืมตาขึ้นมาราวกับว่ามีชีวิตอีกครั้ง” พวกมันหลุดจากโซ่ พร้อมกับพุ่งเข้ามาเล่นงานทันที เบ็นกับทีน่าที่เห็นเต็ม 2 ตา พวกเขาก็ไม่รอช้าพวกเขาก็ได้หนีเขาไปหลบในห้องรับแขก ซึ่งมีปล่องไฟเล็กๆที่สามารถหนีขึ้นไปข้างบนได้

แต่โชคก็ไม่เข้าข้าง เมื่อพวกเขาลอยขึ้นไปได้สักพักจู่ๆปล่องไฟก็ได้ถล่มลงมา จนทำให้เบ็นกับทีน่าได้พลัดหลงกัน ทีน่าก็พยายามเรียกหาเบ็น แต่เบ็นก็ไม่ได้ยินเธอ เพราะเขาไปโผล่อีกห้องหนึ่งซึ่งมันคือห้องนอน และเขาก็ได้เห็นข้อความปริศนาที่เขียนว่า นี่ไม่ใช่ความตาย และที่สำคัญเขาดันไปเจอความลับ ที่บ้านหลังนี้ปิดซ้อนเอาไว้

แล้วความลับอันนั้นก็คือ แผนผังครอบครัวมอนเตนญัก ที่หนึ่งในสมาชิก มีปิแอร์รวมอยู่ด้วย เมื่อเป็นรูปแบบนั้น เขาก็เข้าใจเลย ว่าปิแอร์หลอกให้พวกเขา เข้ามาที่นี่ ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ขณะเดียวกันเบ็นก็ได้ยินเสียงเรียกของทีน่า ที่ดังมาจากประตู เขาจึงรีบส่องไฟไปหาเธอ แต่เขากลับพบว่าคนๆนั้น มันไม่ใช่ทีน่า เบ็นจึงรีบเข้าไปหลบอยู่ใต้เตียง และเขาก็เห็นคนที่เดินเข้ามา

คือผีผู้หญิงสภาพเน่าเฟะ ต่างจากศพที่พวกเขาเห็นครั้งแรก เขาพยายามทำตัวให้เงียบ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่รอด เขาถูกผีตัวนั้นเข้ามาหลอกแบบเต็มๆ ตัดภาพมาที่ทีน่าเธอก็ถูกผีเจ้าของบ้านพุ่งเข้ามาหลอกเหมือนกัน นั้นจึงทำให้เธอได้หนีตายเข้ามาในห้องนอน และเธอก็ได้พบกับเบ็นที่กำลังยืนอยู่คนเดียว ทีน่าก็เห็นว่าหน้ากากของเบ็นมันเริ่มร้าว เธอจึงทำให้เขามีสติและเช็กดูว่าออกซิเจนของเขาเหลืออยู่เท่าไร ตอนนี้ออกซิเจนของเบ็นก็เหลืออยู่ 12% ส่วนของเธอก็เหลือเพียง 8%

The Deep House Movie

จู่ๆเบ็นก็ได้พูดขึ้นมาว่า “คุณต้องตายก่อนผม” ซึ่งฟังดูแล้วไม่น่าจะเป็นเบ็นพูด

ทีน่าจึงคิดว่าเบ็นกำลังถูกอะไรบางอย่างเข้าครอบงำ เธอจึงพยายามทำให้เขามีสติ แต่เธอกลับพบว่ามีงูสีดำได้เลื้อยเข้ามาในชุดของเธอ เบ็นก็บอกให้เธอกลืนงูตัวนั้นเข้าไปในปากซะ แต่ทีน่าก็ไม่ยอม เธอรีบถอดหน้ากากออกนั้นจึงทำให้งูหายไป ต่อมาเบ็นก็ได้พาทีน่าไปที่ห้องๆหนึ่ง ซึ่งพวกเขาไม่เคยเห็นห้องๆนี้มาก่อน โดยห้องนี้ก็มีไฟฟ้าและเครื่องใช้วิดีโอ

เบ็นก็บอกกับทีน่าว่าพวกเราจะอยู่ที่นี่ เพราะพวกเราคือผู้ถูกเลือก พอพูดจบวิดีโอก็ถูกฉายออกมา นั้นก็ทำให้เห็นว่าวิดีโอพวกนั้นมันคือภาพครอบครัวมอนเตนญัก ที่ได้จับเด็กในหมู่บ้าน มาทำพิธีบูชายัญเป็นเครื่องเส้นสังเวยให้กับซาตาน พ่อแม่ของเด็กที่ตามสืบจนทราบข่าวพวกเขาก็โกรธเป็นอย่างมาก พวกเขาจึงฆ่า ซาร่า น้องสาวของปิแอร์ และจับพ่อแม่ไปขับเอาไปในห้อง แต่พวกเขากลับไม่รู้ว่าปอแอร์สามารถออกมาได้

พอทีน่าได้รู้แบบนั้นเธอก็เข้าใจแล้วว่า ปิแอร์หลอกให้พวกเธอเข้ามาเป็นเครื่องเส้นสังเวย เพื่อปลดปล่อยพันธนาการให้กับครอบครัวพวกเขา และตอนนี้ผีซาร่าก็ได้ลอยทะลุออกมาจากหน้าจอ แล้วมันก็ได้ครอบงำเบ็นแบบเต็มตัว ทีน่าได้เห็นแบบนั้นเธอจึงลอยหนีไปด้านหลังหน้าจอ ซึ่งคืออุโมงค์ขนาดใหญ่ที่คล้ายกับถ้ำ ทีน่าพยายามจะลอยหนีแต่เบ็นกับผีพวกนั้นก็ตามมาดึงเธอเอาไว้

ขณะเดียวกันออกซิเจนของเธอก็จะไม่เหลือแล้ว เธอจึงขอให้เบ็นปล่อยเธอไม่ซะ แต่พูดยังไงเบ็นก็ไม่ฟัง เธอจึงเอามีดแทงไปที่ตัวของเบ็น นั้นจึงทำให้เขามีสติกลับคืนมา เบ็นกับทีน่าก็จะพากันหนีออกมาจากที่นั่น แต่เบ็นกลับโชคร้ายเมื่อผีซาร่าได้โผล่เข้ามาเล่นงานเขาจนตายคาที่ และตอนนี้ออกซิเจนของทีน่าก็ได้หมดลงแล้ว

แต่ด้วยความที่เธอเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เธอจึงได้ถอดชุดดำน้ำเพื่อจะลดภาระให้กับร่างกาย และเธอก็ได้หนีออกมาทางปล่องเล็กๆทางด้านบน ทีน่าพยายามใช้พลังงานให้น้อยที่สุด เพราะเธอรู้ดีว่าเธอสามารถดำน้ำได้นานกว่า 3 นาที และทีน่าเธอก็ได้พบแสงสว่างที่ส่องลงมาจากผิวน้ำ

ความรู้สึกในตอนนั้น อีกไม่นานเกินรอเธอก็จะได้กลับไปหาครอบครัวของเธอและลืมเรื่องราวอันเลวร้ายในครั้งนี้ซะ แต่ทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครมาช่วยเธอได้ เธอเกือบจะโผล่เหนือน้ำอยู่แล้ว แต่เธอดันมาหมดอากาศหายใจเสียก่อน นั้นจึงทำให้เธอเสียชีวิตในทันที และหนังก็ได้ตัดจบแต่เพียงเท่านี้ The EndThe End..

ใครที่ไม่ชอบหนังผีแนว footage อาจจะไม่ชอบหนังเรื่องนี้ เนื่องจากการถ่ายทำของหนังดูแล้วน่าเวียนหัวมากๆ แต่พล็อตเรื่องดูสนุก และความสยองของหนังก็ดูแปลกใหม่น่าสนใจ และหากใครไม่ชอบแนวนี้ แนะนำว่าอย่าดูเลย เพราะมันจะทำให้ดูน่าอึดอัด เพราะหนังได้ถ่ายในใต้น้ำเป็นชั่วโมง อาจจะมีความคิดที่ทำให้อยากปิดหนังไปเลยก็ได้


เรียบเรียง BOMEBAMB